News & Activity

ข่าวและกิจกรรม

กรมชลประทานติดตามการจัดทำแผนปรับปรุงอ่างเก็บน้ำตามแนวพระราชดำริ​ มั่นใจหลังได้แผนการพัฒนา สามารถแก้แล้งซ้ำซาก มีน้ำให้เกษตรกรเกือบสองหมื่นไร่ได้ใช้อย่างยั่งยืน​ คาดปี​ 65 เริ่มทำนำร่องอ่างแม่สะแพด​ ใช้เวลา​ 1-2​ปี​ ชาวบ้านได้ใช้

เชียงใหม่ 15 ม.ค.- นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยนาย​ นายจรินทร์​ คงศรีเจริญ​ ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ณ สำนักงานโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จฯ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนบน อ.จอมทอง อ.เชียงใหม่



ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีแหล่งเก็บกักน้ำที่ก่อสร้างมานานถึง 36 ปี โครงการฯ ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำ 22 แห่ง บ่อบาดาล 42 บ่อ สระเก็บน้ำ 24 แห่ง ประตูระบายน้ำ 4 แห่ง และสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำปิงอีก 

8 แห่ง สามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมได้ 2 จังหวัด 3 อำเภอ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.บ้านโฮ่ง ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ต.บ้านแปะ ต.แม่สอย อ.จอมทอง และ ต.บ้านตาล อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 

สภาพโดยรวมในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก บางแห่งมีปัญหาการรั่วซึมจึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ บางแห่งตัวอ่างมีลักษณะตั้งฉากกับแนวฝนในพื้นที่ทำให้ไม่สามารถเก็บน้ำได้เต็มความจุ รวมถึงหัวงานบางแห่งไม่มีอาคารประกอบและระบบส่งน้ำเดิมที่ใช้อยู่เกิดการชำรุดและใช้งานได้ไม่ดี ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความจุอ่างที่มีอยู่ ส่งผลให้ในพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล ประสบปัญหาภัยแล้งเกือบทุกปี



ทั้งนี้กรมชลประทานเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ จึงมอบหมายให้ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โพธิศิรินทร์ ไทยคอนซัลแต๊นท์ จำกัด และ บริษัท ทีแอลที คอนซัลแตนส์ จำกัด ทำการศึกษาหาแนวทางปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิม โดยการจัดทำแผนแม่บทการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำในภาพรวมทั้งหมด และจะคัดเลือกโครงการมาทำการศึกษาความเหมาะสมจำนวน 1 โครงการ เพื่อนำไปดำเนินการให้เกิดผลโดยเร็ว โดยการศึกษาครั้งนี้จะจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียทุกขั้นตอน จำนวน 4 ครั้ง เพื่อให้ได้แผนการปรับปรุงที่เหมาะสมทั้งด้านวิชาการและเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยกรมชลประทานและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 2 ครั้ง



สำหรับการจัดทำแผนแม่บทตามโครงการฯ นี้ มีกรอบเวลาในการทำงานรวม 540 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดการดำเนินการตามสัญญาจ้างในวันที่ 30 ก.ย. 63 นี้ โดยทำการศึกษาและจัดทำแผนหลักการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ศึกษาและจัดทำรายงานความเหมาะสม และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในกันยายนนี้ ซึ่งจะได้แนวทางการพัฒนาพื้นที่ทั้งโครงการเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน สามารถบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ หลังจากที่ทำการศึกษาเสร็จ แผนหลักที่ว่านั้นจะตอบโจทย์การแก้ปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่บริการทั้ง 4 ตำบลนี้ได้ในระดับที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการ จะมีรูปแบบในการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ

ทั้ง 22 แห่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงระบบต่างๆ อาทิ แก้ไขการรั่วซึมของอ่างฯ ปรับปรุงอาคารประกอบที่ชำรุดทรุดโทรม การเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างฯ โดยการยกระดับสันเขื่อนและทางระบายน้ำล้น และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำเดิม เหล่านี้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่เข้าร่วมการประชุมเห็นด้วยกับแนวทางการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำและพร้อมที่จะจัดตั้งกลุ่มเพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำตามที่กล่าวมา จะทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกราว 9 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำทั้งหมดเก็บได้ราว 20 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรมได้ประมาณ 15,000 ไร่ ซึ่งตรงนี้จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในพื้นที่อย่างเช่นที่ประสบอยู่ในปีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม



ทั้งนี้จะนำร่องโครงการแรกที่อ่างแม่สะแพด​ความจุเดิม​ 360,000  ลบ.เมตร​ จะเพิ่มปริมาณ​กักเก็บ​ได้อีก​ 1.4​ ล้าน​ ลบ.ม.​ หลังศึกษาเสร็จเริ่มแผนงบประมาณเสนอในกรอบปีงบฯ​2565  วงเงิน​ 166 ล้าน​บาท​ ใช้เวลา​ก่อสร้าง​ 1-2​ ปีก็สามารถบริหารจัดการ​ได้​และจากนั้นก็จะเป็นอ่างเก็บ​น้ำอีก​ 2​ แห่งที่จะดำเนินการ​ต่อคือ​ ห้วยผีเสื้อ​จากปริมาณเดิม​ 0.80 ล้าน​ลบ.ม.เพิ่มขึ้น​อีก​ 3.47 ล้าน​ ลบ.ม.ใช้งบ​ 213 ล้านบาท​ และอ่างห้วยปุ๊บน​ เดิมกักเก็บ​ 0.15 ล้าน​ ลบ.ม.เพิ่มอีก  2.53 ล้าน​ ลบ.ม.​ ใช้งบดำเนินการ​ 131 ล้านบาท

เขียนเมื่อ 15 มกราคม 2563 03:34:29 น. (view: 111)

รูปภาพ-เอกสารประกอบ




FM100 CMU Logo
สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน คณะการสื่อสารมวลชน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 239 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ 50200

Call us

On air : 053-213510
Office : 053-942710

Email & Fax

EMAIL : fm100cmu@yahoo.com
FAX : 053-942710

ติดตาม FM100 ได้ทุกช่องทาง

รับฟังรายการสดได้ทาง