News & Activity
ข่าวและกิจกรรม
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด ย้ำเตือนประชาชนไม่ตื่นตระหนก และติดตามสถานการณ์โรคจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด ย้ำเตือนประชาชนไม่ตื่นตระหนก และติดตามสถานการณ์โรคจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
วันที่ 26 มกราคม 2569 นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ย้ำเตือนประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ตื่นตระหนักต่อโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ที่กำลังระบาดในประเทศอินเดีย และให้ติดตามข่าวการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิดจากข้อมูลของทางราชการ โดยขณะนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันว่าในประเทศอินเดีย พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยืนยันรวม 5 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง 3 ราย ตรวจพบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการอินเดียได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรค กักตัว และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นนที่อย่างเข้มข้น
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ และประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าว และไม่มีสายการบินตรงจากประเทศอินเดียมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมรับมือ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานและควบคุมโรคทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่เริ่มระบบการเฝ้าระวังโรคดังกล่าวแล้ว ได้แก่การประสานงานด่านควบคุมโรคติดต่อ ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ ในการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกระหว่างประเทศอย่างเข้มข้น สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ทุกสังกัด ทำการคัดกรองผู้กลุ่มเสี่ยงที่มีอาการไข้สูง หรืออาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และเดินทางมาจากประเทศอินเดียในระยะ 14-21 วันย้อนหลัง เตรียมความพร้อมห้องแยกกักโรค และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในการดูแลผู้ป่วยถ้าหากพบผู้ติดเชื้อในจังหวัด รวมทั้งได้ทำการอบรมทบทวนองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในสถานบริการทุกแห่งให้สามารถเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อดังกล่าวได้ในทันที
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาท และมีอัตราการเสียชีวิตสูงร้อยละ 40-75 ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการตั้งแต่ไม่แสดงอาการ ไปจนถึงการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และสมองอักเสบ ส่งผลให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน และเจ็บคอ ก่อนจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น ง่วงซึม ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง และสมองอักเสบเฉียบพลัน บางรายอาจมีปอดอักเสบ และภาวะหายใจล้มเหลวรุนแรง อาจมีอาการรุนแรงถึงชัก และเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ผู้ที่รอดชีวิตจากสมองอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ดี และประมาณร้อยละ 20 จะมีผลกระทบทางระบบประสาทระยะยาว เช่น โรคลมชัก หรือการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ มีระยะฟักตัวของโรค 4-14 วัน หลังสัมผัสเชื้อ แต่บางรายอาจยาวนานถึง 45 วัน สามารถติดต่อได้หลายทาง ได้แก่ จากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่ง (เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ มูล และเลือด) ของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ และสุกร การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน เช่น กินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาว น้ำช่อดอกมะพร้าว/อินทผลัมที่ปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะ หรือมูลค้างคาว และติดต่อจากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลาย หรือเสมหะ (มักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์)
นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร ได้แนะนำเพิ่มเติมว่า พี่น้องประชาชนสามารถดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อนิปาห์ได้ล่วงหน้า ทั้งนี้สามารถป้องกันตัวจากโรคดังกล่าว และโรคติดเชื่ออื่น ๆ ได้ด้วย โดยปฏิบัติดังนี้
1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หลังจากสัมผัสสัตว์หรือไปที่พื้นที่เสี่ยง
2. หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยกัด หรือผลไม้ที่ตกอยู่กับพื้น และควรล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน
3. เลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย โดยเฉพาะค้างคาว หรือสุกก หากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติให้รีบแจ้งบุคลากรสาธารณสุข หรือปศุสัตว์ใกล้บ้าน
4. ปรุงอาหารให้สุก และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สดที่เก็บจากต้น
5. หากมีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง (อินเดีย) หรือมีประวัติเดินป่า เก็บมูลค้างคาว ร่วมกับมีอาการน่าสงสัยข้างต้น ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์ทราบ เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ทันท่วงที
ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ขอย้ำเตือนว่าประชาชนยังสามารถเดินทางไปยังประเทศอินเดียได้ตามปกติ โดยขณะที่พำนักในประเทศอินเดีย ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร สวมหน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคข้างต้นอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง และหลังเดินทางกลับให้สังเกตอาการตนเองอย่างน้อย 21 วันหลังเดินทางกลับ หากมีอาการให้รีบไปพบแพทย์ และอย่าลืมแจ้งประวัติเสี่ยงแก่แพทย์ทุกครั้ง ทั้งนี้ โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาเฉพาะ แต่ทุกคนสามารถป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงข้างต้นได้ และขอให้อย่าตื่นตระหนก ติดตามข่าวสารผ่านสื่อภาครัฐ และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 53211 048-50 ต่อ 108-109
เขียนเมื่อ 27 มกราคม 2569 13:47:55 น. (view: 13051)



Website