News & Activity

ข่าวและกิจกรรม

กรมอนามัย หนุนหญิงท้องคลอดธรรมชาติ สร้างความผูกพันนาทีแรก‘แม่อุ้มลูก - ดูดนมจากเต้า’ได้ทันที 

 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์เลือกใช้วิธีการคลอดแบบปกติหรือที่มักเรียกกันว่าคลอดธรรมชาติ ช่วยให้แม่อุ้มลูกได้ตั้งแต่นาทีแรก สร้างความผูกพัน และสามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ทันที เลี่ยงการผ่าท้องคลอดซึ่งเหมาะสำหรับรายที่จำเป็นและมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของแม่และลูก

 แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงกรณีการนำเสนอข่าวของประเทศจีน เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องกำหนดวันคลอดเพื่อความโชคดี โดยใช้วิธีการผ่าคลอดแทนวิธีคลอดแบบปกติ ซึ่งอาจ   ส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้ ว่า จากการศึกษาข้อมูลราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยพบว่า ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกมีอัตราการผ่าท้องคลอดสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงประเทศไทยที่มีอัตราการ          ผ่าท้องคลอดสูงกว่าร้อยละ 30  และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้อัตราการ     ผ่าท้องคลอดไม่ควรเกินร้อยละ 15  โดยคิดจากความจำเป็นในการผ่าท้องคลอดเพื่อช่วยชีวิตแม่และลูก           ซึ่งทางการแพทย์การผ่าท้องคลอดเป็นเรื่องจำเป็นเฉพาะในบางกรณี เช่น แม่ตัวเล็ก เด็กตัวใหญ่                   แม่มีภาวะแทรกซ้อน เด็กอยู่ในท่าผิดปกติ และเด็กมีภาวะเครียดจากการขาดออกซิเจนในครรภ์ เป็นต้น         การผ่าท้องคลอดในภาวะเหมาะสมนี้จะช่วยลดอันตรายของแม่และลูกได้ แต่หากในภาวะปกติที่ไม่มีข้อบ่งชี้     การผ่าท้องคลอดถือว่ามีอันตรายทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อแม่และลูกสูงกว่าการคลอดปกติผ่านช่องคลอด    และจะมีแผลที่มดลูก ในท้องต่อไปรกอาจฝังตัวตรงแผลเดิม รกฝังลึก การผ่าคลอดครั้งต่อไปอาจเกิดการตกเลือดอย่างมาก มีโอกาสเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า เมื่อเทียบกับคลอดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของมารดาในปัจจุบัน

 แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า การคลอดแบบปกติหรือที่มักเรียกกันว่าคลอดธรรมชาติ จึงเป็นวิธีการที่ควรสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์คลอดด้วยตนเองแทนการเลือกผ่าท้องคลอด เพราะการคลอดแบบปกติ  หลังคลอดแม่สามารถอุ้มลูกได้ตั้งแต่นาทีแรก สร้างสายสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น และแม่สามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ทันที ซึ่งช่วงเวลาครึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอดสำคัญมาก ต้องรีบให้ลูกได้ดูดนมแม่ การให้ลูกดูดนมจะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) ซึ่งจะทำให้น้ำนมหลั่งออกมามากขึ้น ยิ่งดูดช้าฮอร์โมนก็หลั่งช้า แม่ที่คลอดลูกแบบปกติจึงมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่า เพราะในการผ่าท้องคลอด        แม่ต้องดมยาสลบ อาจจะไม่สามารถอุ้มและให้นมลูกได้ทันที

 “ทั้งนี้ แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์เลือกใช้วิธีการคลอดแบบปกติให้มากขึ้นคือ   ต้องให้ความรู้กับบุคลากรด้านสาธารณสุขและประชาชนทั่วไปรับรู้ถึงข้อดี ข้อเสียของการผ่าท้องคลอด ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีและมีประโยชน์อย่างมากหากช่วยชีวิตแม่และลูกได้ในกรณีที่จำเป็น แต่ควรทำเฉพาะรายที่จำเป็นและมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้ การเตรียมตัวตั้งแต่ตั้งครรภ์ การดูแลจิตใจที่ดีระหว่างการตั้งครรภ์จนถึงกระบวนการคลอดก็จะช่วยลดอัตราการผ่าท้องคลอดลงได้มากเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อแนะนำในการดูแลส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ และส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ เรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์จนถึงการเตรียมตัวก่อนคลอด แนะนำการ เข้าห้องคลอดเพื่อลดความวิตกกังวล รวมถึงส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ลูก      มีสุขภาพที่ดี มีพัฒนาการสมวัย และช่วยให้แม่เลี้ยงลูกได้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

เขียนเมื่อ 04 ตุลาคม 2562 08:34:53 น. (view: 5805)

รูปภาพ-เอกสารประกอบ




FM100 CMU Logo
สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน คณะการสื่อสารมวลชน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 239 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ 50200

Call us

On air : 053-942711-2
Office : 053-942710

Email & Fax

EMAIL : fm100@cmu.ac.th
          fm100cmu@yahoo.com

LINE :  FM100CMU 

 

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน
https://forms.gle/e4E3rYTnv3LvxcxN8

ติดตาม FM100 ได้ทุกช่องทาง

รับฟังรายการสดได้ทาง